
บรรพบุรุษยุคแรกของช้างนั้นมีอายุประมาณ 60 ล้านปีมาแล้ว มีชื่อว่า โมเออริเทอเรียม(moeriterium)ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งตามสถานที่ที่ค้นพบ คือ ทะเลสาบโมเออริส(moeris)ประเทศอียิปต์ โมเออริเทอเรียม ไม่ได้มีรูปร่างดังช้างในปัจจุบัน มันมีขนาดตัวเล็กกว่าช้างในปัจจุบันมาก โดยมีขนาดประมาณสมเสร็จ ลำตัวยาวใหญ่ หางสั้น ไม่มีงวงและน่าจะดำรงชีวิตเช่นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คล้ายฮิปโปโปเตมัส อาศัยอยู่บริเวณทวีปแอฟริกาเหนือ ถึงแม้จะมีรูปร่างน่าตาต่างกับช้างในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่ามันคือบรรพบรุษของช้างอย่างแน่นอนคือกะโหลก กล่าวคือ กะโหลกหัวมีโพรงอากาศเหมือนช้างรุ่นปัจจุบันและมีงาเล็กๆออกจากขากรรไกรล่าง นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างอื่นๆอีกหลายประการที่มีลักษณะคล้ายช้าง หลังจากมีโมเออริเทอเรียมเกิดขึ้น สัตว์ในตระกูลช้างก็ได้ขยายพันธุ์ต่างๆซึ่งมีรูปร่างน่าตาแตกต่างกันไปแม้จะมีรูปร่างน่าแตกต่างออกไปบ้าง แต่ลักษณะสำคัญๆเช่น กะโหลกและฟันยังคงอยู่ร่วมกัน ช้างโบราณบางสายพันธุ์มีงาอยู่สองคู่ คือ งอกจากทั้งขากรรไกรบนและล่าง ช้างยุคแรกทั้งหมดมีถิ่นที่อยู่บริเวณทวีปแอฟริกาจนกระทั่งถึงต้นสมัย ไมโอซีน(mioceme)หรือประมาณ 26 ล้านปีก่อน ลูกหลานของโมเออริเทอเรียมจึงมีการอพยพเคลื่อนย้ายไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลกยกเว้นออสเตรเลียกับแอนตาร์กจากสมัยไมโอซีนซึ่งมีช่วงเวลาตั้งแต่ 26 จนถึง 12 ล้านปีก่อน สัตว์จำพวกช้างก็ยังแตกหน่อแยกพันธุ์ออกไปอย่างไม่หยุดยั้งแต่ทั้งๆที่จำนวนสายพันธุ์ของมันเคยมีอยู่นับร้อย ครั้นพอมาถึงรุ่นอรุณแห่งโฮโลซีน (holocene) หรือเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นปีก่อนลูกหลานของช้างเหล่านี้กลับเหลืออยู่แค่สองชนิดคือ ช้างเอเชียและช้างแ
อฟริกา ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Loxodonta africana และ Elephas เคยมีเรื่องเล่ากันว่า ในประเทศไทยนั้นเคยมีช้างแอฟริกาชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ คือ ช้างเคราะ (Pygmy eieephas) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"ช้างค่อม"หรือ"ช้างพรุ"ซึ่งมีขนาดตัวเท่าควาย คุณหมอ บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยาชาวไทยเคยบันทึกไว้ในบทความว่า
เมื่อประมาณ 30-50 ปีที่ผ่านมา มีคนพบช้างงค่อมขนาดเท่าควายอยู่แถบป่าพรุชายทะเลสาบสงขลา แต่คนเฒ่าคนแก่แถบทะเลสาบสงขลาท่านก็กล่าวว่าที่เห็นกันนั้นไม่ใช่ช่างค่อม หากแต่เป็นลูกช้างปัจจุบันจึงยังไม่มีข้อมูลสรุปว่าช้างเคราะมีอยู่ในประเทศไทยจริงๆหรือ ไม่มี
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น