วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วัน จันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เข้าเรียนเวลา 09.00 น. จากนั้นเราก็มาอัดเสียงบรรยายสารคดี การอัดเสียงบรรยายมีอุปสรรค คือ ออกเสียงตัวสะกดไม่ชัดเจน วิธีแก้ปัญหา คือ ฝึกท่องฝึกพูดจนคล่องและเข้าใจเป็นคำพูดของเราเองและทำบอร์ดความรู้ในหัวข้อ วิวัฒนาการของช้าง การทำบอร์ดของกลุ่มพวกเราใช้กระดาษมูลช้างเป็นแผ่นรองพื้นสีแดงขาวสลับกันและวางแผนว่าจะนำข้อมูลมาแปะตรงส่วนไหนถึงจะดูดีดูน่าสนใจมากขึ้น แผ่นแรกจะแนะนำสมาชิกกลุ่มและคุณครูที่ปรึกษา แผ่นที่สองจะนำข้อมูลเส้นทางวิวัฒนาการมาแปะโดยมีรูปภาพประกอบและแผ่นสุดท้ายจะเป็นข้อมูลของแต่ละยุคตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ จนถึงเวลา 11.30 น.
เวลา 12.30 น. เข้าเรียนภาคบ่าย จากนั้น ก็หาภาพประกอบสารคดีที่เข้ากับเนื้อหาในหัวข้อวิวัฒนาการของช้างและเริ่มทำสารคดีในโปรแกรม โปโชว์โก การทำงานมีปัญหา คือ โปรแกรม โปโชว์โก ไม่ดี
คุณครู ณภัทร จิณานุกูล ก็ลงโปรแกรมให้ใหม่ จนเกือบสำเร็จ
การเรียนวันนี้ รู้สึกเครียดมากกับการทำสารคดี เพราะ ทำไม่เป็น

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วัน ศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เข้าเรียนเวลา 09.00 น. จากนั้นเราก็แยกย้ายกันไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับห้องอื่นๆซึ่งฉันได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับห้องม.3/3 Project ลำปาง มีผู้ร่วมไปศึกษากับฉันคือ
1. ด.ญ. ดรุณี ด้วงคำฟู
2. ด.ญ. กัญญาณัฐ ท้าวแปง
มีกลุ่มที่นำเสนอ 2 กลุ่ม คือ น๊อตเทอฟูดและแอลพีฟูด นำเสนอในหัวข้อ เสี้ยว 1 ของลำปาง เรื่อง อาหารพื้นเมือง วัตถุประสงค์ที่พี่เขาได้นำเสนอในหัวข้อนี้เพราะ เป็นอาหารของท้องถิ่นเราเองและส่วนมากเรามักจะรับประทานบ่อยแต่คนส่วนมากมักไม่ค่อยอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านกัน
ขนมเทียน
ไม่ได้บอกข้อมูลเพราะมีขั้นตอนการทำมากและวันนี้เสนอหลายอย่างกลัวเวลาไม่พอแต่มีภาพให้ดูด้วย
ข้างกั้นจิ้น
อุปกรณ์
ข้าว,น้ำมันพืช,เนื้อหมูบด.กระเทียม,เครื่องปรุงต่างๆ
ข้าวกั้นจิ้นคนภาคเหนือมักนิยมกินกับขนมจีนน้ำเงี้ยว
น้ำพริกหนุ่ม
อุปกรณ์
หอม,กระเทียม,พริกหนุ่ม
การทำงาน
1. เริ่มจากการทำงาน
2. แบ่งงานกันทำ
3. เมื่อมอบหมายงานให้แล้วให้ไปค้นหาข้อมูลเพิ่ม
4. ลงมือปฏิบัติจริง
5. รวบรวมข้อมูล
จากนั้นพวกเราก็มาแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้รับของแต่ละห้องดังนี้
ม.1/1 Project การต้องลาย
การต้องลายมีก่อนการทำปราสาทใส่ศพจึงทำให้การต้องลายมีมาช้านานแล้วส่วนมากมักใช้กรรไกรไม่ใช้สิ่ว
ประโยชน์ของการต้องลายคือ นำไปตกแต่งสิ่งของเพื่อความสวยงาม
ม.1/2 Project สมุนไพรพื้นบ้าน
สมุนไพรแต่ละชนิดนำมาทำผลิตภัณฑ์เช่น ขี้ผึ้งขมิ้น ขี้ผึ้งฟ้าทะลายโจร น้ำขิง น้ำใบเตย ฯลฯ
สรรพคุณ
ขิง แก้ท้องอืด เจ็บคอ เป็นหวัด
ตะไคร้ แก้กระหายน้ำ ขับปัสสะวะ
ม.1/3 Project กระดาษ
มีการใช้กระดาษครั้งแรกเมื่อ5,000 ปีมาแล้ว โดยชาวอียิปต์ นำมาใช้ในนประเทศเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2396 โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเก้าเจ้าอยู่หัว
ม.2/1 Project รถไฟ
พระจุลจอมเก้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นผู้ก่อตั้งรถไฟไทย รถไฟมี 2 ประเภทคือ รถจักรไอน้ำและรถจักรดีเซล
รถไฟมีทั้งหมด 4 สาย คือ สายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ สายตะวันออกและสายแม่กลอง
ม.2/2 Project M.202 โกปี้
ผู้ค้นพบกาแฟ คือ เด็กเลี้ยงแพะ อายุ 15 ปี กาแฟมีถึง 500 สายพันธุ์ ภายในกาแฟมีสารอยู่ 2 สาร คือ
สารคาเฟอีนและสารแก้ปวด
ประโยนช์ ทำให้หายง่วงนอน
ม.3/1 Project ว่าว
มีการเล่นว่าวตั้งแต่สมัยอยุธยาเริ่มเล่นสมัยรัชกาลที่ 5 เช่น ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า
ม.3/2
นำเสนอในหัวข้อ ไทยลื้อ
ไทยลื้ออพยพมาจากพม่าแล้วมาอาศัยอยู่ในไทย
บ้านเสานัก
โดย หม่อม จันทร์วงศ์ จันทร์ทวิโรจน์
เวลา 12.30 น. เข้าเรียนภาคบ่าย เราก็ฝึกบรรยายให้ออกเสียงชัดเจนและถูกต้อง การบรรยายงานของเราเป็นไปอย่างล่าช้าเพราะเครื่องเสียงไม่เข้าที่มีเสียงซ้อนพอเครื่องเสียงเข้าที่ลำโพงดีเราก็เริ่มทำงานตามที่ได้วางแผนไว้อยู่หลายครั้งจนกว่าจะสำเร็จ
การเรียนวันนี้รู้สึกสนุกที่ได้ไปศึกษาเรียนรู้กับห้องอื่นๆและก็มีความสุขกับการบรรยายงานคะ

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วัน พฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เข้าเรียนเวลา 09.00 น. เราก็ช่วยคุณครูห่อของขวัญวันคริสต์มาสจำนวน 18 กล่อง จากนั้นเราก็แยกกันไปทำ งานที่ยังค้างของเมื่อวานคือการเขียน Blog หรือบันทึกประจำวัน จนถึงเวลา 10.11 น. ช่วยกันทำบอร์ดความรู้ในหัวข้อ "วิวัฒนาการของช้าง" หาข้อมูลหาภาพ จนถึงเวลา 11.30 น.
เวลา 12.30 น. เข้าเรียนภาคบ่าย ทำ Blog ต่อเสร็จให้ จากนั้นก็วางแผนการทำสารคดีแต่ก็ทำไม่ได้เพราะทำไม่เป็นและไม่มีคนมาสอนดังนั้นจึงยังทำงานสารคดีไม่เสร็จเราจึงวางแผนการทำบอร์ดว่าจะติดข้อมูลอย่างไรให้น่าสนใจ? จะนำข้อมูลตรงไหนมาแปะลงในบอร์ด ?จะมีภาพอะไรประกอบ ?
สำหรับฉันคิดว่าจะติดข้อมูลแบบประหยัดพื้นที่ให้มากที่สุดให้เรียบร้อยจะนำข้อมูลในเรื่องวิวัฒนาการของช้างมาลงบอร์ดจะเกี่ยวกับเส้นทางวิวัฒนาการของช้างส่วนภาพจะนำภาพแต่ละบรรพบุรุษมาแปะว่ามีการพัฒนาการมากจากอะไร

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วัน พุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เข้าเรียนเวลา 09.00 น. คุณครู ณภัทร จิณานุกูล เรียกประชุมรวมอีกครั้ง จะต้องมีงานนิทรรศการหรือผลงานที่จะโชว์ วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 จะต้องมา show&shere ให้ครูฟังถึงงานที่จะนำไปโชว์ นับต่อจากนี้จะต้องทำงานต่างๆที่ค้าง เช่น การทำงานบูรณาการเข้ากับสาระต่างๆ การทำBlog ฯลฯ และการเรียน Project ในครั้งนี้จะมีการทดสอบการเรียนของพวกเราด้วยจะสอบ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 จะใช้เวลา 2 ชั่วโมง ในการทำข้อสอบ จากนั้นคุณครูก็แจกกระดาษเปล่าให้กลุ่มที่นำเสนองานในวัน ศุกร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เพื่อไปแลกเปลี่ยนความรู้กับห้องอื่น กลุ่มฉันมี
1. ด.ญ. ณัฐธิดา มีสุวรรณ
2. ด.ญ. กัญญณัฐ ท้าวแปง
3. ด.ญ. ดรุณี ด้วงคำฟู
ซึ่งได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ห้อง ม. 3/3 ในการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับห้องอื่นจะต้องมีรูปภาพประกอบด้วยจากนั้นเรา ช่วยกันทำงานบรูณาการเข้ากับสาระวิชาต่างๆ จนถึงเวลา 11.30 น.
เวลา 12.30 น. เข้าเรียนภาคบ่าย กลุ่มเราช่วยกันทำสารคดีที่ได้ไปถ่ายทำมาหลายรอบแต่ไม่สำเร็จเพราะเรายังไม่ได้บรรยายและยังไม่มีภาพเราจึงกลับไปทำงานบรูณาการต่องในวิชา ศิลปะ วิทยาศาสตร์ สุขพละ จึงทำให้งานสารคดีไม่สำเร็จอย่างที่ได้วางแผนไว้
การเรียนวันนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จอย่างที่ได้วางแผนไว้จึงทำให้งานบางส่วนไม่สำเร็จตามเป้าหมาย

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วัน อังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552


เข้าเรียนเวลา 09.00 น. คุณครูเรียกประชุมรวมในเรื่องการใช้ห้องน้ำเนื่องจากนักเรียนมีการใช้ห้องน้ำที่ไม่ถูกคุณลักษณะคือทำธุระแล้วไม่ราดทำให้ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว โดยแบ่งห้องน้ำใช้คือ ห้องเราใช้ชั้น 3 ห้องแรก และมีการแบ่งการดูแลรักษาห้องละ 1 สัปดาห์ ซึ่งห้องเราดูแลรักษาสัปดาห์นี้ โดยคุณครูให้แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มฉันมี 5 คน คือ
  • ด.ญ. ณัฐธิดา มีสุวรรณ
  • ด.ญ. อาริษา ทาบุตร
  • ด.ญ. กัญญาณัฐ ท้าวแปง
  • ด.ญ. ดรุณี ด้วงคำฟู
  • ด.ญ. ผ่องนภา ทองทิพย์
จากนั้นก็มาคุยเรื่องโครงาน และจะต้องมาทำงานที่ค้างให้เสร็จ แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน กลุ่มของฉันก็มานั่งพิมพ์ Blog ต่อ จนถึงเวลา 11.30 น.
เข้าเรียนภาคบ่ายเวลา 12.30 น. จากนั้นเราก็มานั่งทำงานที่ยังไม่เสร็จต่อคือการ เขียน Blog หรือ บันทึกประจำวัน
การเรียนวันนี้รู้สึกว่า สนุกสนานมากเพราะได้ทำงานด้วยตนเองและในบางครั้งก็รู้สึกไม่สนุกบ้างเพราะไม่ค่อยตั้งใจเรียนและเล่นกันตลอดเวลา

วัน จันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552


สรุปการไป frild trip

ถึง ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เวลา 09.12 น. จากนั้นก็รวมตัวกันที่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์เพื่อมอบเงินที่ได้ บริจาคจำนวน 5,000 บาท ให้แก่ เจ้าหน้าที่ของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เสร็จแล้วพวกเราก็เริ่มทำงานตามที่ได้
วางแผนมาคือการถ่ายทำสารคดีของผู้ดำเนินรายการ ตรงวิวัฒนาการของช้าง แต่การถ่ายทำล่าช้าเนื่องจากสถานที่ไม่อำนวยมีผู้คนมากและผู้ดำเนินรายการตื่นเต้นจนผู้ไม่ออก ผู้ดำเนินรายการคือ ด.ญ. ผ่องนภา ทองทิพย์ ผู้บรรยาย คือ ด.ญ. ณัฐธิดา มีสุวรรณ และ ด.ญ. อาริษา ทาบุตร พอผู้ดำเนินรายการเริ่มจะพูดได้แต่เเบตเตอรี่ของกล้องวีดีโอใกล้หมดเราจึงต้องรีบทำงาน หลายครั้งถึงจะสำเร็จ จากนั้นเราก็ขึ้นรถเพื่อไปดูการแสดงช้างในรอบ 10.30 น ภายในงานเราก็ดูช้างลากไม้ วาดรูป ช้างเดินบนขอนไม้ ช้างเล่นดนตรี การแสดงช้างจบพวกเราก็นำอาหารมาให้ช้างทั้ง กล้วย อ้อย
จากนั้นกลุ่มเราก็พากันไปที่โรงพยาบาลช้างดูช้างที่บาดเจ็บคือ พลายคุณชาย มีอาการ คือ เศร้า ซึม เพราะแม่ของมันตายไปแล้ว เราไปดูไปเล่นด้วยแต่พลายคุณชายโกรธจึงใช่งวงสะบัดมือเราและเดินหนีเราตกใจมาจึงรีบเดินออกมาห่างๆและไปสอบถามหมอช้างที่ดูแลช้างที่บาดเจ็บภายในศูนย์ฯ ช้างที่บาดเจ็บมีทั้งหมด 9 ตัว ส่วนมากจะแก่แล้วทั้งนั้น พอเราไปดูเสร็จเราก็พากันไปกินข้าว จากนั้นเราก็ไปศึกษาช้างในที่พักดูช้างกินใบอ้อยด้วยความสนุกสนาน
เสร็จเราก็พากันไปขี่ช้างคนละ 50 บาท ฉันขึ้นกับ ด.ญ. ธันยชนก เสมอพิทักษ์ ก่อนขึ้นฉันรู้สึกตื่นเต้นมากและกลัวตกแต่พอได้ขึ้นแล้วรู้สึกสนุก ฉันรู้สึกตกใจมากที่ควาญช้างตีช้างเพราะช้างตัวนั้นเล่นและเดินเร็ว ช้างนั้นอายุ 52 ปีแล้ว พอขี่เสร็จเราก็รอดูช้างอาบน้ำในเวลา 15.00 น. ช้างกำลังอาบน้ำเราก็ไปถ่ายรูป ช้างจะใชh้งวงในการพ่นน้ำหดตัวเองพออาบเสร็จช้างก็นำน้ำขึ้นมาหดพวกเราด้วยความสนุกสนาน จากนั้นพอการแสดงการอาบน้ำของช้างจบบลงแล้วเราก็เตรียมตัวขึ้นรถกลับโรงเรียน

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เส้นทางวิวัฒนาการของช้าง


บรรพบุรุษยุคแรกของช้างนั้นมีอายุประมาณ 60 ล้านปีมาแล้ว มีชื่อว่า โมเออริเทอเรียม(moeriterium)ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งตามสถานที่ที่ค้นพบ คือ ทะเลสาบโมเออริส(moeris)ประเทศอียิปต์ โมเออริเทอเรียม ไม่ได้มีรูปร่างดังช้างในปัจจุบัน มันมีขนาดตัวเล็กกว่าช้างในปัจจุบันมาก โดยมีขนาดประมาณสมเสร็จ ลำตัวยาวใหญ่ หางสั้น ไม่มีงวงและน่าจะดำรงชีวิตเช่นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ คล้ายฮิปโปโปเตมัส อาศัยอยู่บริเวณทวีปแอฟริกาเหนือ ถึงแม้จะมีรูปร่างน่าตาต่างกับช้างในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์รู้ว่ามันคือบรรพบรุษของช้างอย่างแน่นอนคือกะโหลก กล่าวคือ กะโหลกหัวมีโพรงอากาศเหมือนช้างรุ่นปัจจุบันและมีงาเล็กๆออกจากขากรรไกรล่าง นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างอื่นๆอีกหลายประการที่มีลักษณะคล้ายช้าง หลังจากมีโมเออริเทอเรียมเกิดขึ้น สัตว์ในตระกูลช้างก็ได้ขยายพันธุ์ต่างๆซึ่งมีรูปร่างน่าตาแตกต่างกันไปแม้จะมีรูปร่างน่าแตกต่างออกไปบ้าง แต่ลักษณะสำคัญๆเช่น กะโหลกและฟันยังคงอยู่ร่วมกัน ช้างโบราณบางสายพันธุ์มีงาอยู่สองคู่ คือ งอกจากทั้งขากรรไกรบนและล่าง ช้างยุคแรกทั้งหมดมีถิ่นที่อยู่บริเวณทวีปแอฟริกาจนกระทั่งถึงต้นสมัย ไมโอซีน(mioceme)หรือประมาณ 26 ล้านปีก่อน ลูกหลานของโมเออริเทอเรียมจึงมีการอพยพเคลื่อนย้ายไปยังดินแดนต่างๆทั่วโลกยกเว้นออสเตรเลียกับแอนตาร์กจากสมัยไมโอซีนซึ่งมีช่วงเวลาตั้งแต่ 26 จนถึง 12 ล้านปีก่อน สัตว์จำพวกช้างก็ยังแตกหน่อแยกพันธุ์ออกไปอย่างไม่หยุดยั้งแต่ทั้งๆที่จำนวนสายพันธุ์ของมันเคยมีอยู่นับร้อย ครั้นพอมาถึงรุ่นอรุณแห่งโฮโลซีน (holocene) หรือเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นปีก่อนลูกหลานของช้างเหล่านี้กลับเหลืออยู่แค่สองชนิดคือ ช้างเอเชียและช้างแอฟริกา ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Loxodonta africana และ Elephas เคยมีเรื่องเล่ากันว่า ในประเทศไทยนั้นเคยมีช้างแอฟริกาชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ คือ ช้างเคราะ (Pygmy eieephas) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า
"ช้างค่อม"หรือ"ช้างพรุ"ซึ่งมีขนาดตัวเท่าควาย คุณหมอ บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาติวิทยาชาวไทยเคยบันทึกไว้ในบทความว่า
เมื่อประมาณ 30-50 ปีที่ผ่านมา มีคนพบช้างงค่อมขนาดเท่าควายอยู่แถบป่าพรุชายทะเลสาบสงขลา แต่คนเฒ่าคนแก่แถบทะเลสาบสงขลาท่านก็กล่าวว่าที่เห็นกันนั้นไม่ใช่ช่างค่อม หากแต่เป็นลูกช้างปัจจุบันจึงยังไม่มีข้อมูลสรุปว่าช้างเคราะมีอยู่ในประเทศไทยจริงๆหรือ ไม่มี